Health

ผู้นำก้าวไปข้างหน้ากล่าวว่ากฎบัตรได้กำหนดเส้นทางเสี่ยงสำหรับอนาคตของประเทศไทย

นางปิตา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค Move Forward ฝ่ายค้าน กล่าวว่า คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันพุธ เป็นมากกว่าแค่คำพิพากษา เพราะได้กำหนด “เส้นทางเสี่ยงและแคบสำหรับอนาคตของประเทศไทย” ในโพสต์ Facebook ของเขา Pita กล่าวว่าคำตัดสินของศาลเช่าเหมาลำขัดแย้งกับการป้องกันกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของประเทศซึ่งได้รับจากผู้แทนรัฐบาลไทยในการทบทวนช่วงเวลาสากล (UPR) ซึ่งจัดโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเพื่อทบทวนสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน ในประเทศสมาชิก เมื่อวันพุธ ศาลรัฐธรรมนูญของประเทศไทยวินิจฉัยว่าความคิดเห็นเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย ถูกเปล่งออกมาโดยแกนนำต่อต้านการจัดตั้ง 3 คน ระหว่างการประท้วงที่วิทยาเขตรังสิต ม.ธรรมศาสตร์ เมื่อเดือนสิงหาคม เมื่อปีที่แล้ว มีจำนวนการกระทำที่ตั้งใจจะล้มล้างระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ Pita กล่าวว่าพรรค Move Forward เชื่อเสมอว่าเพื่อปกป้องสิ่งหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องทำลายสิ่งอื่นใด “เพราะเราสามารถปกป้องสิ่งที่เรารักโดยพยายามปรับเปลี่ยนตามเหตุผล” “ประเทศไทยไม่ได้อยู่ตรงทางตัน เมื่อผู้มีอำนาจต้องยึดติดกับอดีตและปฏิบัติต่อผู้ที่คิดต่างเป็นภัยคุกคามระดับชาติ ประเทศไทยไม่ใช่จุดจบที่พวกเขาต้องมองคนไทยรุ่นใหม่เป็นศัตรู และหันกระบอกปืนเข้าหาพวกเขา” พรรคก้าวไปข้างหน้ากล่าว เขายังกล่าวอีกว่าตนและพรรคยังเชื่อว่าสังคมไทยมีเวลาที่จะเลือกทางอื่นเพื่ออนาคตซึ่งชาติเป็นของประชาชาติอย่างเท่าเทียมกัน พรรค Move Forward ซึ่งเป็นการกลับชาติมาเกิดของพรรค Future Forward Party ที่ถูกยุบ สนับสนุนการเรียกร้องของกลุ่มต่อต้านการจัดตั้งให้ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์และยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และเตือนว่าคำตัดสินของศาลอาจนำไปสู่ความคลั่งไคล้ทั้งสองฝ่าย ความแตกแยกทางการเมืองของไทย เพราะมันจำกัดวิธีการแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองอย่างสันติ อดีตแกนนำเสื้อแดง ณัฐวุฒิ สายเกื้อ กล่าวว่า เขาเชื่อว่าแกนนำต่อต้านการจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้มีเจตนาร้ายหรือประสงค์จะล้มล้างระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ตามที่กล่าวหา โดยเสริมว่าเขาเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสถาบันใดๆ ถือเป็นเรื่องปกติ คำตัดสินของศาลอาจเป็นที่สิ้นสุด เขากล่าว แต่ความขัดแย้งและการแบ่งแยกทางการเมืองจะยังคงอยู่ เขาแนะนำฟอรัมหรือพื้นที่เปิดซึ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดสามารถมีส่วนร่วมในการเจรจาที่สร้างสรรค์เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในรางหญ้าอย่างสันติ ขณะเดียวกัน ไพบูลย์ นิธิตวัน รองหัวหน้าพรรคแกนนำรัฐบาล พลังประชารัฐ กล่าวว่า คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้สถาบันกษัตริย์เข้มแข็งและมีผลผูกพันทางกฎหมายกับตำรวจ อัยการ และศาล ตลอดจน กกต. ในการดำเนินคดีกับบุคคล หรือพรรคการเมืองที่มีกิจกรรมหรือพฤติกรรมที่ถือเป็นภัยคุกคามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญ ส.ว.สมเจตน์ บุญถนอม ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภคของวุฒิสภา เตือนสมาชิกสภานิติบัญญัติคนใดที่สนับสนุนการแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง เนื่องจากขณะนี้อาจถูกกล่าวหาว่าพยายามโค่นล้ม สถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญ สำหรับการแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในรัฐสภานั้น เขากล่าวว่าความพยายามดังกล่าวจะถึงวาระอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากคำตัดสินของศาล ณัฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดินที่ริเริ่มคดีในศาลกฎบัตร กล่าวว่า เขาจะใช้คำตัดสินของศาลเป็นพื้นฐานในการกดดันให้ยุบพรรคก้าวไปข้างหน้า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button